ศรเทพ ศรทอง เจ้าของผลงานเพลง ส่งแอ๋วเรียนราม ชนะคดี ศาลจำคุกคู่กรณี6ปี

ศรเทพ ศรทอง เจ้าของผลงานเพลง ส่งแอ๋วเรียนราม ชนะคดี ศาลจำคุกคู่กรณี6ปี

ศรเทพ ศรทอง เจ้าของผลงานเพลง ส่งแอ๋วเรียนราม เฮลั่นพร้อมกองเชียร์นับพัน หลังศาลนนท์ตัดสินชนะคดีคู่กรณีแอบโอนเครื่องหมายการค้า ตรานารายณ์ทอง ไปผลิตยาขายเอง ทำให้สูญรายได้มหาศาล เผยจำเลยถูกจำคุกถึง 6 ปี เตรียมฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งอีก 500 ล้าน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ส.ค.49 ที่ห้องพิจารณาคดี 20 ศาลจังหวัดนนทบุรี นายศรเทพ กองทองมณีโรจน์ หรือศรเทพ ศรทอง ประธานกรรมการบริษัทกองทองสมุนไพรไทย จำกัด อดีตนักร้องเพลงลุกทุ่งชื่อดัง ส่งแอ๋วเรียนราม พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ พันมา ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อฟังคำตัดสินพิจารณาคดีที่นายศรเทพ ศรทอง เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายธนกร พันธุรัตน์ กับพวกอีก 4 คน ร่วมกันปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า ตรานารายณ์ทองและตรานารายณ์ทอง 499 ของ หจก.นารายณ์ทองเวชกรรมยาแผนโบราณ ท่ามกลางกองเชียร์ที่แห่มาให้กำลังใจนับพันคน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อปี 2540 นายศรเทพ ได้ตกลงว่าจ้างให้นายธนกร ผลิตตัวยาสมุนไพรให้กับ หจก.ร้านนารายณ์ทองเวชกรรมแผนโบราณ เนื่องจากในขณะนั้นนายธนกรกำลังเดือดร้อน ไม่มีงานทำ โดยตกลงว่าจ้างผลิตยาสมุนไพรตามตำรับยาทั้ง 7 ชนิด แต่มีข้อตกลงว่า ห้ามนายธนกรผลิตยาทุกชนิดดังกล่าวให้กับบุคคลอื่น รวมทั้งห้ามจำหน่ายยาของนายศรเทพเองเด็ดขาด

ต่อมาปรากฏว่าธุรกิจยาดังกล่าวขายดีมาก เป็นที่สนใจของชาวบ้าน จนทำให้มียอดว่าจ้างการผลิตยาสูงเป็นเงิน 100 ล้านบาท ทำให้นายธนกรต้องขยายโรงงานผลิตยาเพิ่มขึ้น แต่ต่อมาเมื่อประมาณปี 2546 นายธนกรได้กับพวกได้ร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร เพื่อโอนเครื่องหมายการค้าตรานารายณ์ทองและตรานารายณ์ทอง 499 ของนายศรเทพไปเป็นของตนเอง เพื่อปลอมแปลงจำหน่ายยาสมุนไพรในตราสินค้าดังกล่าวด้วยตนเอง พร้อมกับทำหนังสือเวียนถึงลูกค้าของนายศรเทพทั่วประเทศว่า ห้ามจำหน่ายยาของนายศรเทพอีกต่อไป และให้มาติดต่อซื้อยากับนายธนกรได้ที่เดียว

ต่อมาในปี 2547 เมื่อนายศรเทพได้ทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้เดินทางไปตรวจสอบเอกสารที่กองเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ทราบว่าเครื่องหมายการค้าทั้ง 2 ได้ถูกโอนเครื่องหมายตราสินค้าไปเป็นของนายธนกรแล้ว โดยที่ไม่ได้มีความยินยอมและทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน จึงได้เข้าแจ้งความและดำเนินคดีอาญากับนายธนกรกับพวกอีก 4 คน ในข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารเครื่องหมายการค้า

โดยที่ห้องพิจารณาคดีที่ 20 นายไพศาล เจริญวุฒิ ขึ้นบัลลังก์ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาศาลในคดีดังกล่าว ได้พิจารณาว่า ทั้งนี้ จากการพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว รับฟังได้ว่า ฝ่ายโจทย์คือนายศรเทพ ศรทอง ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าสมุนไพรตรานารายณ์ทอง ซึ่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.32 ตามคำขอเลขที่ 403288 และตรานารายณ์ทอง 499 ตามคำขอเลขที่ 426771 โดยได้ว่าจ้างให้นายธนกร พันธุรัตน์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ผลิตยาสมุนไพร จนกระทั่งต่อมาเมื่อปี 2546 ฝ่ายโจทย์สืบทราบเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ได้ถูกฝ่ายจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกอีก 4 คน คือนายประสาน อรรถวิกำธร อดีตเภสัชกร 8 และทนายความ เป็นจำเลยที่ 2 นางพรทิพย์ พันธุรัตน์ ภรรยานายธนกรเป็นจำเลยที่ 3 นายคชา แตงเนื้อเหลือง คนงานผลิตยาเป็นจำเลยคนที่ 4 และนายสำเริง กองเนียม คนงานผลิตยาเป็นจำเลยคนที่ 5 ร่วมกันทำเอกสารใบรับมอบอำนาจ ใบรับโอน ซึ่งเป็นเอกสารปลอมไปทำการปลอมแปลงเอกสารหรือเครื่องหมายนำเอาเครื่องหมายการค้าหรือตราสินค้าไปเป็นของตนเองโดยไม่ชอบ

โดยศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำหนังสือใบรับมอบอำนาจปลอม ใบรับรองเครื่องหมายการค้าปลอม โดยใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ทำหนังสือเวียนถึงตัวแทนผู้จำหน่ายยาเดิมของโจกท์และมีส่วนร่วมในการทำเอกสารปลอม และจำเลยที่ 3 มีส่วนร่วมรู้เห็นในการกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 และ 2 จึงเห็นว่าให้ควรจำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 3 ปี ในข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์และทำปลอมเครื่องหมายการค้าโดยเจตนา ตามความผิดกฏหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2 และ 265

แต่เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ได้ทำปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ถึง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นความผิดต่างกระทงต่างวาระกัน ซึ่งได้ตัดสินให้จำคุกเพิ่มอีกคนละ 3 ปี รวมทั้งหมดเป็นคนละ 6 ปี ส่วนจำเลยที่ 4 และ 5 ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นเพียงคนงานผลิตยาเท่านั้น จึงยกผลประโยชน์ในความต้องสงสัยให้กับจำเลยที่ 4 และ 5 ไป

ซึ่งภายหลังจากศาลได้พิพากษาคดีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว นายศรเทพ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ศาลให้ความเมตตาและเป็นธรรมกับตน เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา 3 ปี ตนเองซึ่งเป็นฝ่ายเสียหายต้องอดทนและต่อสู้ เพื่อให้ได้ความจริงเป็นปรากฏ เพราะที่ผ่านมาธุรกิจของตนเสียหายไปเป็นจำนวนมาก เมื่อศาลตัดสินให้ความเป็นธรรมกับตนแล้ว ตนก็จะปรึกษากับทนายความเพื่อยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากจำเลยทั้ง 3 คน เป็นเงินประมาณ 500 ล้านบาทต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสาร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: